ตราสัญลักษณ์กองบิน ๑

Wing1 Logo mean

   ตราสัญลักษณ์กองบิน ๑ นั้นเป็นเครื่องหมายที่สื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวของกองบิน ๑ ที่เมื่อได้ปรากฎอยู่แห่งใดก็จะบ่งบอกความเป็นตัวตนของกองบิน ๑
อันประกอบด้วยสัญลักษณ์ที่สำคัญ ดังนี้
   1 สัญลักษณ์ รูปดาว อันประกอบด้วยกันทังหมด 12 ดวง
   2 สัญลักษณ์ รูปสายฟ้า
   3 สัญลักษณ์ รูปตราหมากรุก สีเหลือง-ดำ สลับกัน
   4 สัญลักษณ์ รูปเสือทะยาน ที่อยู่ตรงกลางตราสัญลักษณ์
............

tepangkorn 2

line thai

ประวัติพระพุทธทีปังกร

    นาวาอากาศเอก ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้บังคับการกองบิน ๑, นาวาอากาศเอก พุทฒิ มังคละพฤกษ์ อดีตรองผู้บังคับการกองบิน ๑ และ นาวาอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตเสนาธิการกองบิน ๑ ในขณะนั้น มีความเห็นว่าพระพุทธทีปังกรซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำหน่วยของกองบิน ๑ ได้สร้างมานานแล้วและมีการย้ายที่ประดิษฐานหลายครั้ง
   ปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารพระพุทธทีปังกร ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ทางทิศตะวันออกของสนามบินเป็นการถาวรแล้ว หากไม่มีการบันทึกประวัติที่ถูกต้องต่อไปก็จะลืมเลือน จึงได้บอกบุญกับข้าราชการกองบิน ๑ และครอบครัว เพื่อร่วมกันจัดทำแผ่นจารึกประวัติพระพุทธทีปังกรขึ้น
   นาวาอากาศโท วงศ์ พุ่มพูนผล ผู้บัญชาการโรงเรียนการบินในขณะนั้นเป็นผู้ริเริ่มและเป็นประธานในการเททองหล่อพระเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๙๐ ที่ใกล้บริเวณโรงเรียนอนุบาลทหารอากาศ (เลิกกิจการแล้ว) แล้วจึงนำไปขัดตกแต่งให้ได้พุทธลักษณะที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ก่อนนำกลับมาประดิษฐาน ณ หอพระที่สระน้ำศุกรจันทร์
   ต่อมา นาวาอากาศเอก กร กนิษฐานนท์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบินอีกท่านหนึ่ง ได้สร้างศาลาขึ้นใกล้โรงเรียนทหารอากาศบำรุง (เก่า) และได้อัญเชิญพระพุทธทีปังกรจากหอพระเดิมมาประดิษฐาน ณ ศาลาหลังใหม่ ซึ่งเรียกกันว่า ศาลาทีปังกรตามชื่อองค์พระ
    ในปี พ.ศ.๒๕๓๓ กองบิน ๑ ได้สร้างหอพระขึ้นใหม่เป็นการถาวรทางฝั่งทิศตะวันออกของสนามบิน จึงได้อัญเชิญพระพุทธทีปังกรมาประดิษฐาน ณ ที่แห่งใหม่อีกครั้งหนึ่งและให้ชื่อว่า วิหารพระพุทธทีปังกร พร้อมกับได้บันทึกประวัติตามที่เห็นอยู่ อนึ่งคำว่า ทีปังกร เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าองค์แรกในจำนวน ๒๔ พระองค์ ได้อุบัติขึ้นแล้วในโลก ซึ่งแปลว่า ผู้กระทำที่พึ่งหรือเป็นที่พึ่งแก่ชาวโลก หรือแก่เวไนยสัตว์
    พระพุทธทีปังกร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๗ นิ้ว หล่อด้วยทองเหลือง เป็นพระพุทธรูปประจำหน่วยทหารอากาศ และเป็นศูนย์รวมของข้าราชการและครอบครัวทหารอากาศ ณ จังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ต้น กล่าวคือได้สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐ ในนามโรงเรียนการบิน และเป็นที่เคารพสักการะของครูการบิน และศิษย์การบินอย่างยิ่ง ต่อมาโรงเรียนการบินได้แปรสภาพเป็น กองบิน ๓ ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๒๐ - ๒๕๒๑ โดยก่อนหน้านั้นคือในปี พ.ศ.๒๕๑๙ กองบิน ๑ ได้เริ่มเคลื่อนย้ายฝูงบินบางส่วนมาจากที่ตั้งดอนเมืองแล้ว และในที่สุดก็ได้กลายเป็นกองบิน ๑ จนกระทั่งปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ด้วยพทุธานุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธทีปังกรยังเป็นที่สักการระของข้าราชการและครอบครัวอยู่เสมอมา และเชื่อได้ว่ายังคงเป็นอยู่ตลอดไป

line thai

ทำเนียบผู้บังคับบัญชา

ลำดับ
รูปภาพ
ยศ-ชื่อ-สกุล
ดำรงตำแหน่ง
๑.
 commander
ร.อ.หลวงเจริญ จรัมพร
ปี พ.ศ.๒๔๗๙ - ๒๔๘๓
๒.
 commander
น.ท.ม.ร.ว.บุลณรงค์ ลดาวัลย์
ปี พ.ศ.๒๔๘๓ - ๒๔๘๕
๓.
 commander
น.ท.พิชัย พิรยายนต์
ปี พ.ศ.๒๔๘๕ - ๒๔๘๗
๔.
 commander
น.ต.ศิริ เมืองมณี
ปี พ.ศ.๒๔๘๗ - ๒๔๘๙
๕.
 commander
น.ท.ประสงค์ คุณะดิลก
ปี พ.ศ.๒๔๙๐ - ๒๔๙๑
๖.
 commander
น.ท.หาญ กฤษณะสมิต
ปี พ.ศ.๒๔๙๑ - ๒๔๙๑
๗.
 commander
น.ท.เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร
ปี พ.ศ.๒๔๙๑ - ๒๔๙๒
๘.
 commander
น.ท.เทพ เกษมุติ
ปี พ.ศ.๒๔๙๓ - ๒๔๙๔
๙.
 commander
น.ท.มานพ สุริยะ
ปี พ.ศ.๒๔๙๔ - ๒๔๙๕
๑๐.
 commander
น.อ.ประสงค์ คุณะดิลก
ปี พ.ศ.๒๔๙๕ - ๒๔๙๖
๑๑.
 commander
น.ท.เฉลิม ทีวะเวช
ปี พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๔๙๗
๑๒.
 commander
พล.อ.ต.เทพ เกษมุติ
ปี พ.ศ.๒๔๙๗ - ๒๔๙๘
๑๓.
commander 
น.อ.คำรณ ลีละสิริ
ปี พ.ศ.๒๔๙๘ - ๒๕๐๐
๑๔.
 commander
น.อ.พะเนียง กานตรัตน์
ปี พ.ศ.๒๕๐๐ - ๒๕๐๑
๑๕.
 commander
พล.อ.ต.สวัสดิ์ พรชำนิ
ปี พ.ศ.๒๕๐๑ - ๒๕๐๒
๑๖.
 commander
น.อ.อัมพร คอนดี
ปี พ.ศ.๒๕๐๓ - ๒๕๐๙
๑๗.
 commander
น.อ.อรุณ พร้อมเทพ
ปี พ.ศ.๒๕๐๙ - ๒๕๑๐
๑๘.
commander 
น.อ.บุญสม อยู่ออมสิน
ปี พ.ศ.๒๕๑๐ - ๒๕๑๔
๑๙.
commander 
น.อ.ชากร ทัตตานนท์
ปี พ.ศ.๒๕๑๔ - ๒๕๑๕
๒๐.
 commander
น.อ.ม.ล.จิตรพี สุบรรณ
ปี พ.ศ.๒๕๑๕ - ๒๕๑๖
๒๑.
 commander
น.อ.พยิน สวัสดิบุตร
ปี พ.ศ.๒๕๑๖ - ๒๕๑๘
๒๒.
 commander
น.อ.วรนาท อภิจารี
ปี พ.ศ.๒๕๑๘ - ๒๕๑๙
๒๓.
 commander
น.อ.กันต์ พิมานทิพย์
ปี พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๒๑
๒๔.
commander 
น.อ.ม.ร.ว.ศิริพงษ์ ทองใหญ่
ปี พ.ศ.๒๕๒๑ - ๒๕๒๔
๒๕.
 commander
น.อ.อมร แนวมาลี
ปี พ.ศ.๒๕๒๔ - ๒๕๒๖
๒๖.
 commander
น.อ.อำพล อินทรไทยวงศ์
ปี พ.ศ.๒๕๒๖ - ๒๕๒๙
๒๗.
 commander
น.อ.สมนึก โชติยะปุตตะ
ปี พ.ศ.๒๕๒๙ - ๒๕๓๑
๒๘.
 commander
น.อ.พีระไพศาล รัตนทัศนีย
ปี พ.ศ.๒๕๓๑ - ๒๕๓๒
๒๙.
 commander
น.อ.วีรวิท คงศักดิ์
ปี พ.ศ.๒๕๓๒ - ๒๕๓๓
๓๐.
 commander
น.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์
ปี พ.ศ.๒๕๓๓ - ๒๕๓๕
๓๑.
 commander
น.อ.ไศลดิษฐ์ สันตกุล
ปี พ.ศ.๒๕๓๕ - ๒๕๓๗
๓๒.
 commander
น.อ.พุทฒิ มังคละพฤกษ์
ปี พ.ศ.๒๕๓๗ - ๒๕๓๙
๓๓.
 commander
น.อ.คณิต สุวรรณเนตร
ปี พ.ศ.๒๕๓๙ - ๒๕๔๑
๓๔.
commander 
น.อ.ประจิน จั่นตอง
ปี พ.ศ.๒๕๔๑ - ๒๕๔๒
๓๕.
 commander
น.อ.ภักดี แสง-ชูโต
ปี พ.ศ.๒๕๔๒ - ๒๕๔๕
๓๖.
 commander
น.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยศริน
ปี พ.ศ.๒๕๔๕ - ๒๕๔๘
๓๗.
 commander
น.อ.ปรเมศร์ เกษโกวิท
ปี พ.ศ.๒๕๔๘ - ๒๕๕๐
๓๘.
 commander
น.อ.สฤษฎ์พงศ์ วัฒนวรางกูร
ปี พ.ศ.๒๕๕๐ - ๒๕๕๒
๓๙.
 commander
น.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา
ปี พ.ศ.๒๕๕๒ - ๒๕๕๕
๔๐.
 commander
น.อ.ณรงค์ อินทชาติ
ปี พ.ศ.๒๕๕๕ - ๒๕๕๗
๔๑.
 commander
น.อ.กฤษฎา สุพิชญ์
ปี พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๕๗
๔๒.
 commander 01 42
น.อ.ระวิน ถนอมสิงห์
ปี พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๕๙
๔๓.
 commander 01 43
น.อ.วชิระพล เมืองน้อย
ปี พ.ศ.๒๕๕๙ - ๒๕๖๑
๔๔.
commander 01 44 
น.อ.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย
ปี พ.ศ.๒๕๖๑ - ปัจจุบัน

 

Wing1 Logo

ภารกิจ

กองบิน ๑ มีหน้าที่เตรียมและปฏิบัติการใช้กำลังตามอำนาจหน้าที่ของกองทัพอากาศ

มีผู้บังคับการกองบิน ๑ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

 

อ้างอิง: พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองทัพอากาศ กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๕๒

 

 

 102sqdr103sqdrsecurity

Wing1 Logo

วิสัยทัศน์

กองบิน ๑ เป็นฐานบินปฏิบัติการหลักที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Air Base : NCAB) เพื่อมุ่งสู่ฐานบินปฏิบัติการชั้นนำในภูมิภาค

 

First-Class Air Base in ASEAN

“SMART People & HPO Wing”

 AIR TIGERS ONe

 

Wing1 Logo

ยุทธศาสตร์การพัฒนากองบิน ๑

ONe 2

มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้วยความเป็นหนึ่ง
Excellence through ONe

ผู้บังคับบัญชากองบิน ๑

 

  commander 01   
 
 นาวาอากาศเอก จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย
ผู้บังคับการกองบิน ๑
 
     
commander 02    commander 03
 นาวาอากาศเอก นเรศ เยี่ยมสถาน
รองผู้บังคับการกองบิน ๑
 
นาวาอากาศเอก พิชญาณ อะสีติรัตน์
รองผู้บังคับการกองบิน ๑
     
  commander 04  
 
 นาวาอากาศเอก จักรพันธ์ สุขแสงดาว
เสนาธิการกองบิน ๑
 
     

โครงสร้างหน่วย

 

ประวัติกองบิน ๑

history1

wing1AFB  wing1AFB2  wing1AFB3 

ภาพถ่ายกองบิน ๑ เมื่อครั้งในอดีต
...........................................

TheHonorofWing1

ในกรณีพิพาทอินโดจีน

      เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ กองบินน้อยที่ ๑ ได้แยกออกเป็นฝูงบินอิสระ ไปปฏิบัติการทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างกล้าหาญ จนได้รับคำชมเชย และให้ประดับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ "สายยงยศไหมเขียว" หลังจากพิพาทอินโดจีนไม่นานนัก ฝูงบินของกองบินน้อยที่ ๑ ได้เข้าร่วมเป็นฝูงบินผสมของกองบินใหญ่ ไปปฏิบัติการรบอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ในสงครามเอเชียบูรพา และสร้างเกียรติประวัติอย่างกล้าหาญ
ในยุทธการทางอากาศเหนือนครลำปาง เมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๗ โดยใช้เครื่องบิน จำนวน ๕ เครื่อง เข้าต่อสู้กับเครื่องบินข้าศึก จำนวน ๒๑ เครื่อง อย่างกล้าหาญ ทำให้ข้าศึก สูญเสียเครื่องบินรบไปหลายเครื่อง จนต้องล่าถอยออกจากน่านฟ้าไทย สำหรับเครื่องบินที่ใช้ปฏิบัติการในครั้งนั้น คือ เครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดแบบที่ ๒ บ.จ.๒ (นาโงยา) เครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๒ บ.ข.๑๒ (โอตะ) และเครื่องบินขับไล่แบบที่ ๑๓ บ.ข.๑๓ (ฮายาบูซา) จากเกียรติประวัติดังกล่าว กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญ ให้แก่นักบิน และพลปืนหลังทุกคน

 flighter

ยุทธการทางอากาศเหนือนครลำปาง (๕ ต่อ ๒๑)

      ระหว่างสงครามมหาเอเซียบูรพา ฝูงบินโจมตีของสัมพันธมิตร จำนวน ๒๑ เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องบินแบบ พี-๕๑(มัสแตง) และเครื่องบินแบบ พี-๓๘ (ไลท์นิ่ง) ได้เข้าโจมตีสนามบินลำปาง ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๗ กองบินใหญ่ผสมภาคพายัพของกองทัพอากาศไทยได้ส่งฝูงบินขับไล่ เครื่องบินขับไล่แบบ ๑๒ (Ki-27 Ota) จำนวน ๕ เครื่องขึ้นทำการบินขับไล่สกัดกั้น เพื่อขัดขวางการโจมตีของข้าศึก โดยมี เรืออากาศเอก เฉลิมเกียรติ พันจ่าอากาศเอก จุลดิศถ์ เดชกุญชร, พันจ่าอากาศเอก วาสน์ สุนทรโกมลและจ่าอากาศเอก ธาดา เบี้ยวไข่มุก เป็นนักบิน เกิดการยุทธกลางอากาศกับเครื่องบินของข้าศึกเหนือนครลำปาง เป็นการต่อสู้โดยเครื่องบิน แบบ ๕ ต่อ ๒๑ ท่ามกลางสายตาสักขีพยานชาวนครลำปางที่ให้กำลังใจ แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เครื่องบินของไทยถูกข้าศึกยิงทั้ง ๕ เครื่อง ฝ่ายเราต้องสูญเสีย พันจ่าอากาศเอก วาสน์ สุนทรโกมล นักบินผู้กล้าหาญไปในการรบครั้งนี้ เพื่อแลกกับเครื่องบินของข้าศึก ๔ เครื่อง และความเสียหายของบ้านเมือง อันอาจเกิดจากการโจมตีของข้าศึก ที่มิอาจประมาณค่าได้ ทั้งนี้ ฝ่ายเราเกือบจะต้องสูญเสีย เรืออากาศเอก เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร ผู้บังคับฝูงบิน (ต่อมาได้เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ) ซึ่งถูกยิงที่ขา กระสุนฝังใน ตกลงมาพร้อมกับเครื่องบิน และได้รับการช่วยเหลือจากช่างประจำเครื่องหามออกจากจุดตกก่อนที่เครื่องบินนั้นจะระเบิดเป็นชิ้นด้วยการยิงกระหน่ำของข้าศึก ความกล้าหาญ ความเสียสละและขวัญกำลังใจที่ดียิ่งของกำลังรบ กองบินใหญ่ผสม ภาคพายัพของกองทัพอากาศไทย เป็นปัจจัยของความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ในการยุทธทางอากาศครั้งนี้

เรืออากาศเอกเฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร
ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญประดับช่อชัยพฤกษ์
ประดับเหรียญโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
chaleum

วีรกรรมทหารอากาศไทยกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส พ.ศ.๒๔๘๓-๒๔๘๔

      จากกรณีประเทศไทยเสียดินแดงให้แก่ประเทศฝรั่งเศสรวม ๕ ครั้ง ระหว่าง พ.ศ.๒๔๑๐-๒๔๕๐ อย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากรัฐบาลฝรั่งเศสได้กำหนดการปักปันเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส โดยมิได้ยึดถือตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและความยุติธรรม คือมิได้ถือร่องน้ำลึกเป็นเส้นเขตแดน แต่กลับถือว่าบรรดาเกาะทั้งหลายในลำแม่น้ำโขงเป็นของฝรั่งเศสทั้งสิ้น และดอนซึ่งอยู่ติดเขตแดนฝั่งไทยที่มีร่องน้ำตื้นลุยข้ามได้นั้น ฝรั่งเศสถือว่าเป็นเกาะ หลังจากนั้นประเทศไทยได้พยายามเจรจากับฝรั่งเศสเพื่อขอปรับปรุงเส้นเขตแดนใหม่ให้เป็นธรรมแต่ไม่สำเร็จ จึงเป็นสาเหตุเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น และมีการละเมิดเส้นเขตแดนหลายครั้ง จนกระทั่งนำไปสู่การสู้รบ ระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ตั้งแต่วันที่ ๒๘พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๓ จนถึงวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔ ในระยะเวลาที่เกิดกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส ได้มีการปฏิบัติการรบทางอากาศเป็นครั้งแรกของกองทัพอากาศ และอีกหลายครั้งติดตามมา ในการสู้รบครั้งนั้น นักบินแห่งกองทัพอากาศไทยหลายท่าน ได้พลีชีพเพื่อชาติในการสู้รบทางอากาศกับฝ่ายข้าศึกซึ่งมีความพร้อมรบ กำลังทางอากาศที่เข้มแข็งกว่า ทั้งในด้านจำนวนและประสิทธิภาพของอากาศยาน แต่ด้วยขวัญและกำลังใจของฝ่ายไทยซึ่งได้ผนึกกำลังป้องกันประเทศเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทุกหมู่เหล่ามีเหนือกว่าข้าศึกซึ่งประกอบด้วยกำลังต่างชาติต่างภาษา ที่มิได้มีจุดมุ่งหมายในการรบเพื่อป้องกันประเทศชาติของตนเอง ทำให้กำลังทางอากาศของฝ่ายไทยสามารถเข้าทำการรบได้อย่างองอาจกล้าหาญ และสามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ แม้จะต้องฝ่าอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตจนทำให้เกิดวีรกรรมที่ทหารอากาศและประชาชนชาวไทยทุกคนจดจำมิรู้ลืมตราบเท่าทุกวันนี้

วีรกรรมทหารอากาศไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘

      ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพอากาศไทยได้ปฏิบัติการรบทางอากาศครั้งสำคัญ และยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งต่อเนื่องจากการยุทธทางอากาศในกรณีพิพาทอินโดจีน-ฝรั่งเศส เป็นการรบเพื่อป้องกันประเทศ ทหารอากาศได้ประกอบวีรกรรมครั้งสำคัญๆ ที่สมควรนำมากล่าวถึงรวม ๔ ครั้ง ซึ่งได้ปฏิบัติการรบทางอากาศอย่างกล้าหาญกับฝ่ายข้าศึกสัมพันธมิตรแม้จะมีกำลังทางอากาศที่ด้อยกว่าทั้งจำนวนและสมรรถนะของเครื่องบินก็ตาม

AirCraffHistory 1
AirCraffHistory 2
AirCraffHistory 3